HUMUS FULVIC ACID ฟื้นฟูเซลล์-เซลล์แข็งแรง-สู้ไวรัสโควิค 19 (COVID-19)

HUMUS FULVIC ACID ฟื้นฟูเซลล์-เซลล์แข็งแรง-สู้ไวรัสโควิค 19 (COVID-19)

ฟื้นฟูเซลล์-เซลล์แข็งแรง-สู้ไวรัสโควิค 19  (COVID-19)


Antigenic (แอนติเจน )

                คือสิ่งแปลกปลอม  หรือ สารที่ไม่มีอยู่ในร่างกายมาก่อน เมื่อเข้าสู่ร่างกาย -ร่างกายสามารถกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันแบบจำ เพาะได้ (specific immune response) โดยทำให้เกิดการสร้างแอนติบอดี (antibody, Ab) หรือ T lymphocyte ที่จำ เพาะ (specific sensitized T lymphocyte) ซึ่งสามารถทำ ปฏิกิริยากับแอนติเจนนั้น ๆ ได้ นั่นคือแอนติเจน ต้องมีคุณสมบัติ 2 ประการคือ

  1. Immunogenicity คือ ความสามารถในการกระตุ้นให้เกิด specific immune response(สร้างแอนติบอดีหรือ T lymphocyte ที่จำ เพาะต่อแอนติเจนนั้น ๆ) สารที่สามารถกระตุ้นให้เกิด specificimmune response ได้เรียกว่า immunogen
  2. Specific reactivity or antigenicity คือแอนติเจนนั้น ๆ สามารถทำ ปฏิกิริยาที่จำ เพาะกับแอนติบอดี หรือ T lymphocyte ที่มันกระตุ้นให้เกิดการสร้างขึ้นบนแอนติเจน 1 โมเลกุลประกอบด้วยตำแหน่ง ย่อยเล็ก ๆ ที่จะเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งตำแหน่ง ย่อย ๆ บนแอนติเจนนี้จะเรียกว่า antigenic determinant หรือ epitope ซึ่งแอนติเจนแต่ละตัวจะมี antigenic determinant ได้มากน้อยแตกต่างกันออกไป

คุณสมบัติในการเป็นแอนติเจนที่ดี:

  1. Foreignness : ต้องเป็นสิ่งแปลกปลอมซึ่งโดยปกติแล้วไม่มีอยู่ในร่างกาย หรืออาจเป็นสิ่งที่มีอยู่ในร่างกายแต่ไม่เคยได้สัมผัสกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เช่น ตัวอสุจิ (sperm), กระจกตา (cornea)เป็นต้น ซึ่งเมื่อเกิดการเล็ดลอดเข้ามา ระบบภูมิคุ้มกันก็จะจัดให้เป็นสิ่งแปลกปลอมเช่นกัน
  1. Molecular size : โดยทั่ว ๆ ไป สารที่จะเป็นแอนติเจนได้ดี ต้องเป็นสารที่มีนํ้าหนักโมเลกุลมากกว่า 10,000 ดาลตัน ขึ้นไป ทั้งนี้เพราะสารยิ่งโมเลกุลเล็ก ยิ่งมี antigenic determinant มาก ซึ่งจะถูกกินโดย macrophage ได้สะดวกขึ้น ยกเว้น insulin (MW = 5,000) และ glucagon (MW = 4,600) ที่ยังเป็นแอนติเจนได้ดี
  2. Chemical complexity : สารที่ยิ่งมีสูตรโครงสร้างซับซ้อนจะเป็นแอนติเจนที่ดีกว่าสารที่มีสูตรโครงสร้างง่าย ๆ เช่นพวก polymer จะกระตุ้นได้ดีกว่าพวก monomer

  3. Charge : ความเป็นแอนติเจนที่ดีไม่ได้ขึ้นกับประจุของแอนติเจนเท่าไร แต่ว่ามีผลต่อประจุของแอนติบอดีที่เกิดขึ้น นั่นคือ ถ้ากระตุ้นด้วยแอนติเจนที่มีประจุลบ แอนติบอดีที่สร้างก็จะมีประจุบวก

  4. Accessibility : การเข้าถึงระบบภูมิคุ้มกันได้ง่ายหรือยากต่างกัน ขึ้นกับการเรียงตัวของ antigenic determinant ด้วย แอนติเจนที่มี antigenic determinant ที่เรียงตัวกันหนาแน่นเกินไปอาจทำ ให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่ตอบสนองหรือรับรู้ต่อแอนติเจนนั้นๆ ได้

  5. Chemical composition : สารที่มีองค์ประกอบทางเคมีต่างกันก็มีคุณสมบัติในการเป็นแอนติเจนที่ดีต่างกัน เช่น protein, carbohydrate, nucleoprotein, lipoprotein, lipopolysaccharide ส่วน lipid โดยทั่ว ๆ ไปไม่เป็นแอนติเจน ขณะที่โปรตีนเป็นแอนติเจนที่ดีที่สุด

  6. Metabolizable : สารที่เป็นแอนติเจนที่ดีได้ต้องถูก macrophage จับกินและย่อยได้ภายในเซลล์ของ macrophage และถ้าถูกย่อยจนหมดไปก็จะไม่เกิดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันแต่ถ้าย่อยแล้วยังมีเหลือก็จะเป็นแอนติเจนไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้

  7. Responding host : ความเป็นแอนติเจนที่ดีก็ยังขึ้นกับคุณสมบัติของ host ด้วย นั่นคือในสัตว์ต่าง species กันก็ตอบสนองต่อแอนติเจนไม่เหมือนกัน นอกจากนั้นก็มีเรื่องของ อายุ เพศ พันธุกรรมอาหาร ปริมาณแอนติเจนที่เข้าสู่ร่างกาย (dose) รวมทั้งทางที่แอนติเจนเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย (route)

  8. Adjuvant : เป็นสารที่เมื่อให้เข้าสู่ร่างกายพร้อม ๆ กับแอนติเจนจะช่วยให้ร่างกายมีการตอบสนองต่อแอนติเจนนั้น ๆ ได้ดีขึ้นโดยอาจจะไปยืดระยะเวลาของแอนติเจนให้อยู่ในร่างกายได้นานขึ้นทำ ให้ระบบภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้นด้วยแอนติเจนได้มากขึ้น หรือทำให้เกิดการอักเสบบริเวณที่ฉีดซึ่งจะทำให้มีการชุมนุมของเม็ดเลือดขาวบริเวณนั้นมาก ก็จะมีการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น



ซ่อมแซมร่างกายที่สึกหรอ

      Antibody (แอนติบอดี) คือ สารจำพวกไกลโคโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองการกระตุ้นของแอนติเจน แอนติบอดีพบได้ในเลือด น้ำเหลือง และสารคัดหลั่งต่าง ๆ ในร่างกาย มีหน้าที่จับสิ่งแปลกปลอม (Antigen) ต่าง ๆ ที่เข้ามาในร่างกาย เช่น แบคทีเรีย ไวรัส หรือสารพิษต่าง ๆ แอนติบอดีจะมีความจำเพาะเจาะจงกับแอนติเจนมาก เพราะจะทำปฏิกิริยากับแอนติเจนที่กระตุ้นให้ถูกสร้างขึ้นเท่านั้น เมื่อสิ่งแปลกปลอมถูกแอนติบอดีจับแล้ว จะถูกทำลายความเป็นพิษ (Neutralize) หรือถูกนำไปทำลายต่อด้วยระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อไป โดยการทำปฏิกิริยาของแอนติเจนกับแอนติบอดีนี้คล้ายกับตัวต่อจิ๊กซอว์ ซึ่งนอกจากร่องและเดือยจะเข้ากันได้พอดีแล้ว สีและลายบนตัวต่อจิ๊กซอว์ต้องตรงกันด้วย ด้วยเหตุนี้ เวลามีเชื้อโรคเข้ามาในร่างกาย แอนติบอดีจึงทำลายเชื้อโรคเหล่านั้นได้

อินเตอร์เฟียรอน:(Interferon, IFNs) เป็นสารอีกกลุ่มที่พบในผลิตภัณฑ์ สมุนไพรแร่ธาตุ  “มายน์เคิล” หรือ  กรดฟุลวิค

โครงสร้างโมเลกุลของอินเตอร์เฟียรอนชนิดอัลฟาในมนุษย์  ป้องกันการกลับซ้ำของเชื้อไวรัสฯ

       อินเตอร์เฟียรอน เป็นสารประเภทโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างขึ้นเมื่อพบการเจริญของไวรัส เช่น โควิค-19   และ INFs ที่ถูกขับออกจากเซลล์หนึ่งจะสามารถไปชักนำให้เซลล์อื่นๆ ที่ใกล้เคียงให้มีการสร้างสารโปรตีนกลุ่มหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญของไวรัส ในเซลล์นั้นๆได้ จาก การสร้างสาร INFs จากเซลล์สปีชีส์ใดจะมีผลในการยับยั้งการเจริญของไวรัส ในสปีชีส์นั้นเท่านั้น (Host-cell specific





แหล่งที่มาข้อมูล...
อ.ประสิทธิ์ ไชยลังกา

     196
    ผู้เข้าชม
    คะแนน
    สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์